
Business Image คืออะไร: จะว่าไปทุกวันนี้คนส่วนใหหญ่แต่งตัว casual หรือตามสบายมากขึ้น แต่นั่นเป็นเพราะทำตามใจตนเองเพราะไม่มีบริษัทไหนที่ต้องการให้พนักงานแต่งตัวกันไปคนละทิศละทางโดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ของบริษัท และที่แย่กว่านั้นภาพลักษณ์ของตัวพนักงานเอง เพราะบางคนไม่ได้ดูดีเลยในเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่ สิ่งที่มักเห็นได้เป็นประจำคือ
พนักงานหญิง
1. ตาม fashion หรือ trend โดยไม่ได้คำนึงถึงหุ่นตนเอง ความเหมาะสม หรือวัย หรือที่เรียกกันว่า fashion victim นั่นเอง
2. เอาเสื้อผ้ากลางคืนมาใส่กลางวัน สั้นไปบ้าง บางไปบ้าง บางทีก็ปักเลื่อมเสียเยอะ
3. Mix & Match สีสันของเสื้อผ้า style ของเสื้อผ้า และเนื้อผ้าไม่เป็น
4. เลือก accessories เช่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับไม่เข้ากับ style ของเสื้อผ้า นอกจากเลือกไม่เป็นแล้วใช้ไม่ถูกโอกาสยิ่งแย่หนักเข้าไปใหญ่ เช่น การใส่หมวกโดยไม่เข้าใจโอกาส และการใช้งาน
5. ในกรณีที่ใส่ brand name แทนที่จะนำมา mix and match กับเสื้อผ้าและ accessories อื่น ก็กลัวคนอื่นจะไม่รู้ใส่เกือบทุกชิ้นที่มี logo ไปซะหมด บางทีถึงกับทำให้ของจริงดูเป็นของปลอมเลยทีเดียว หรือพูดแบบภาษาชาวบ้านเหมือนสามล้อถูกหวย หรือที่ฝรั่งเรียกว่า "nouveau riches” นั่นเอง
พนักงานชาย ถึงแม้กฎกติกาการแต่งตัวของสุภาพบุรุษจะน้อยกว่าของสุภาพสตรี แต่ความที่ไม่เข้าใจก็ทำให้ถึงกับดูแต่งตัวไม่เป็นก็มี
1. ไม่เข้าใจการเลือกเสื้อสูท เสื้อเชิ้ร์ต และกางเกง ไม่คับไปก็หลวมไป ไม่ยาวไปก็สั้นไป
2. Mix & Match สีสันเสื้อผ้าไม่เป็น
3. เลือกปกเชิร์ตไม่เข้ากับ necktie
4. เลือกรองเท้าไม่เข้ากับ style การแต่งตัว หรือทรงของกางเกง
5. เลือกเข็มขัด รองเท้าไปกันคนละทาง
อยากฝากไว้ว่า business image นั้นน้อยดีกว่าเยอะ และจริงๆแล้วไม่ผิดเลยถ้าเราใส่อะไรแล้วดูดีที่จะใส่ style เดิมๆแต่เปลี่ยนที่สีสันแทน ดีกว่าที่จะหาตัวเองไม่เจอเอาเลยแล้วทำให้แต่งตัวสะเปะสะปะ ดูเลอะเทอะ ไม่น่าเคารพ
นี่เป็นแค่ตัวอย่างปัญหาของ Business Image ที่พบกันเยอะนะคะ อีกปัญหาที่สำคัญพอๆกันคือ dress code เวลาไปงานเลี้ยงค่ะ บางคนไม่เข้าใจเอาเลยจนเกือบดูเสียมารยาท และนี่ก็แค่การแต่งกายนะคะ Business Image มีองค์ประกอบอื่นอีกแน่นอน เรื่องเหล่านี้เรียนรู้ได้นะคะ